ประเทศไทยได้ประโยชน์อะไรจากดาวเทียม ?
 Thairath

ย้อนไปเมื่อ 17 ธ.ค. 2536 หลายคนต่างตั้งตารอหน้าจอโทรทัศน์ ดูถ่ายทอดสดการปล่อยจรวจเอเรียน 4 จากฐานยิงจรวดเอเรี่ยนสเปซ เมืองคูรู จังหวัดโพ้นทะเลเฟรนช์กิอานา ของฝรั่งเศส ช่วงนั้น คนไทยจำนวนมากไม่รู้จักสถานที่ที่กล่าวมา แต่ขณะนี้เรารู้จักกันมากขึ้น เพราะสิ่งที่อยู่บนหัวของจรวด คือ ดาวเทียมไทยคม 1 A ดาวเทียมสื่อสารดวงแรกของประเทศไทย ที่ได้ถูกส่งขึ้นไปบนอวกาศ อีกทั้ง ทำให้เกิดปรากฎการณ์ใหม่ที่บ้านพักอาศัยจำนวนมาก เริ่มติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียมแบบ DTH (Direct To Home) หลังจากนั้นเป็นต้นมา ประเทศไทยก็มีดาวเทียมสื่อสารเชิงพาณิชย์ตามมาอีก ได้แก่ ไทยคม 2 และ ไทยคม 3


สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 2509 ขณะนั้น ไทยไม่มีดาวเทียมสื่อสารเป็นของตัวเอง ต้องเช่าสัญญาณดาวเทียมจาก ดาวเทียมอินเทลแซท ขององค์การอินเทลแซท (Intelsat: International Telecommunication Satellite Consortium) เป็นองค์กรมีหน้าที่จัดหาและดำเนินการให้บริการดาวเทียม เพื่อการสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ก่อตั้งโดยประเทศสมาชิกสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) เมื่อปี 2507 มีสมาชิกก่อตั้ง 11 ประเทศ และ ดาวเทียมปาลาปา ของอินโดนีเซีย


ไทยจึงเข้าเป็นสมาชิกอินเทลแซท โดย การสื่อสารแห่งประเทศไทย ปัจจุบัน คือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้สร้างสถานีรับสัญญาณที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อติดต่อสื่อสารกับสถานีดาวเทียม ภาคพื้นดินประเทศอื่นๆ จึงทำให้คนไทยได้มีโอกาสรู้จักคำว่า “ถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม” จากนั้นเมื่อปี 2526 กระทรวงคมนาคม ได้ศึกษาหาความเป็นไปได้ ที่ประเทศไทยจะมีดาวเทียมใช้เอง จึงได้เปิดให้เอกชนที่สนใจ ยื่นข้อเสนอมาให้รัฐบาลพิจารณา และบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ก็ได้เป็นผู้ดำเนินการโครงการดาวเทียมไทยคม


ดาวเทียมไทยคม 1 ไทยคม 2 และ ไทยคม 3 เป็นดาวเทียมสื่อสารที่ใช้เพื่อรองรับความต้องการใช้งานของ การรับ-ส่งสัญญาณรายการโทรทัศน์โดยตรงจากดาวเทียมสู่ผู้ชมตามบ้านเรือน หรือ Digital Direct To Home: DTH บนคลื่นความถี่แบบ Ku Band ที่มีความที่ระหว่าง 12-18 GHz ที่นอกจากจะให้บริการ DTH แล้วยังสามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ช่วยให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถรับ ภาพ ข้อมูล และเสียง หรือ เว็บเพจ ไปจนถึงข้อมูลมัลติมีเดียที่มีขนาดใหญ่ ผ่านเครือข่ายดาวเทียมถึงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยตรง และคลื่นความถี่ C Band ที่มีความถี่ 4-8 GHz เหมาะกับการสื่อสารโทรคมนาคม ภาพและเสียงทั่วไป แต่มีรัศมีครอบคลุมกว้างกว่า Ku Band


นอกเหนือจาก การใช้งานดาวเทียมเพื่อการสื่อสารแล้ว ประเทศไทยยังได้ใช้ดาวเทียมแบบอื่นๆ อาทิ ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา และดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ที่ล้วนนำไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ สำหรับดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทยเริ่มใช้งานดาวเทียมประเภทนี้มาตั้งแต่ปี 2513 ที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ใช้งานภาพถ่าย จากดาวเทียมโกส์ (GOES: Geostationary Operational Environment Satellite) มาประกอบกับการพยากรณ์อากาศ


ทั้งนี้ ประโยชน์จากการใช้งานดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาได้แก่ 1. ใช้ตรวจสอบสารประกอบทางอุตุนิยมวิทยาจากระยะไกล เช่น ตรวจเมฆ การเคลื่อนที่ของเมฆ อุณหภูมิพื้นผิวโลก และความชื้นของชั้นบรรยากาศ เป็นต้น 2. ใช้ในการรวบรวมข้อมูลรับ-ส่ง ข่าวสารทางอุตุนิยมวิทยาที่ตรวจจากสถานีเคลื่อนที่ หรือ สถานีอัตโนมัติ เช่น ทุ่นลอย เรือ และเครื่องบิน และ 3. ใช้ในการกระจายข่าวสารด้านอุตุนิยมวิทยาไปยังประเทศต่างๆ และสมาชิกหรือผู้ใช้ข้อมูลโดยตรง


ส่วน ดาวเทียมสำรวจธรรมชาติ (Remote Sensing Satellite) คือ ดาวเทียมที่ใช้ค้นหาข้อมูลวัตถุที่อยู่ไกลๆ โดยเครื่องมือที่ใช้ไม่ได้อยู่ใกล้กับวัตถุ เช่น การนำไปใช้กับการทำแผนที่ สารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS: Geographic Information System) โดยตัวอย่าการใช้งานที่เห็นได้ชัดๆ คือ การวางผังเมือง สำรวจป่าไม้ และล่าสุด กับการเอาไปใช้ประเมินพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย จากเหตุการณ์ธรณีพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ เช่น ดาวเทียมแลนแซท 1 ดาวเทียมสปอต และดาวเทียมมอส 1 นอกจากนี้ ยังมีดาวเทียมที่ใช้เพื่ออ้างอิงพิกัดทางภูมิศาสตร์ หรือ GPS: Global Positioning System ที่ใช้ในการเดินเรือในทะเล และการเดินทางอื่นๆ เป็นต้น


อย่างไรก็ตาม การใช้งานดาวเทียม ที่ประชาชนทั่วไปได้รับประโยชน์มากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการติดต่อสื่อสาร เพราะช่วยให้คนไทย ได้มีโอกาสติดต่อสื่อสารกันในทุกที่ ทั้งประชาชนที่อยู่ในเมืองและพื้นที่ งไกล โดยตัวอย่างในการนำเอา ช่องสัญญาณดาวเทียมมาใช้ประโยชน์ เช่น ระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมในธุรกิจธนาคาร ธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบกระจายข้อมูลข่าวสารทั้งข่าวสารบ้านเมือง และข้อมูลทางธุรกิจผ่านดาวเทียม

ระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ หรือ วีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ (VDO Conference) ที่นำข้อมูลทั้งภาพและเสียง มาใช้ประโยชน์ในการประชุมทางไกล ทำให้ผู้สนทนาสามารถสื่อสารตอบโต้กันได้ อีกทั้ง ยังเห็นหน้าตากัน อาทิ การประชุมผู้ว่าราชการทุกจังหวัดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังนำไปใช้ในการอบรมและการแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การรักษาโรคทางไกลผ่านจอภาพ หรือ (Telemedicine) ทั้งนี้ ในยุคที่ประเทศไทยตื่นตัวกับการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์ในปัจจุบัน จึงมีบริการที่เรียกว่า ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม

หลังจากที่ประเทศไทยเริ่มใช้งาน ดาวเทียมไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ (IPSTAR) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานด้าน อินเทอร์เน็ต โปรโตคอล (Internet Protocol) หลังจากที่ปล่อยขึ้นสู่อวกาศไปเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2548 ที่ผ่านมา โดยบริการบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมจะทำให้พื้นที่ งไกล มีโอกาสได้ใช้เช่นเดียวกับคนในเมืองหลวง เพียงมีแค่จานรับสัญญาณดาวเทียมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 84 -120 ซม. และแซทเทลไลท์โมเด็ม เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ก็ใช้งานได้ทันที ทำลายข้อจำกัดและเติมเต็มช่องว่างทางดิจิตอล เพราะไม่จำเป็นต้องรอเดินโทรศัพท์ สร้างชุมสาย และตั้งเสาสัญญาณที่มีราคาแพงๆ


นอกจากการใช้งานในเชิงพาณิชย์ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และการสื่อสารของประเทศไทยแล้ว ดาวเทียมดาวใหม่ล่าสุดอย่าง ไอพีสตาร์ ยังมีบทบาทในด้าน โครงการพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพี่อประโยชน์สาธารณะ (USO: Universal Service Obligation) ในพื้นที่ งไกลของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค เพราะเป็นดาวเทียมดวงแรกที่สามารถลดต้นทุน การสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน สามารถให้บริการการสื่อสารแบบสองทางทั้งโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตได้ในเวลาเดียวกัน

สำหรับบริการด้าน USO ที่ได้รับประโยชน์จากการมีดาวเทียมไอพีสตาร์ แบบเห็นได้ชัดเจน ได้แก่ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ทำให้โรงเรียนที่อยู่ งไกลได้เชื่อมต่อเข้ามายังศูนย์การเรียนส่วนกลาง และใช้ข้อมูลการเรียนการสอนที่มีคุณภาพจากส่วนกลางได้ อีกทั้ง ยังช่วยลดต้นทุนในการส่งหนังสื่อเรียน หรือ เนื้อหาสำหรับการเรียนในแต่ละหลักสูตร เพียงทำเนื้อหาการเรียนการสอนให้อยู่ในรูป หนังสืออิเล็คทรอนิกส์ (e-Book) ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพิมพ์และการจัดส่ง

หรือ โครงการอินเทอร์เน็ตโรงเรียน (MOENet) หรือ (School Net) เดิมของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์แก่โรงเรียน 40,000 แห่งทั่วประเทศ ช่วยให้เกิดเครือข่ายการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังใช้งานเป็น ระบบสื่อสารในสภาวะวิกฤติ ได้ โดยเฉพาะในเวลาที่เครือข่ายการสื่อสารภาคพื้นดินขัดข้อง ไม่สามารถให้บริการได้ เนื่องจากเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง อาทิ น้ำท่วมฉับพลัน แผ่นดินไหว และภัยธรรมชาติอื่นๆ เป็นต้น

จากทั้งหมดที่ IT Digest นำเสนอมา คือ ประโยชน์ และตัวอย่างการใช้งาน ดาวเทียมในประเทศไทย โดยจะเห็นว่าดาวเทียม เป็นเหมือนเครื่องมือพิเศษ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และช่วยในการพัฒนาประเทศ ทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่ว่าเทคโนโลยีด้านดาวเทียม จัดเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง การพัฒนาผลิตใช้ในประเทศ ยังไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์ คงมีเพียงบางโครงการเช่น “ดาวเทียมไทยพัฒ” ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ที่ร่วมมือกับกลุ่มยูคอมสร้างขึ้น

เนื่องจากการสร้างดาวเทียมต้องใช้งบประมาณมหาศาล แม้ว่าเราจะมีดาวเทียมไทยคมถึง 4 ดวงแต่อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ไทยคม 1 และ 2 ก็หมดอายุการใช้งาน และจำเป็นต้องหาดาวเทียมดวงใหม่เข้ามาทดแทน ถึงวันนั้นหากไทยยังไม่สามารถผลิตดาวเทียม เพื่อการพาณิชย์ใช้เองได้ก็ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศสูญเงินไปอีกมหาศาล ทั้งที่มีคนไทยที่มีความรู้และความชำนาญด้านนี้แต่กลับไม่ได้ทำงานในประเทศ เพราะขาดโอกาสและการสนับสนุน


จึงได้แต่หวังว่าในอนาคตเทคโนโลยีชั้นสูงเหล่านี้ อาจมีการศึกษาและพัฒนาแบบจริงจังมากขึ้นในไทย ไม่ต้องสร้างในเมืองไทยก็ได้ แต่ไปมีส่วนร่วมสร้างดาวเทียมเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีก็ไม่เสียหาย และหวังว่าจะเป็นการจุดประกายให้วงการอวกาศของไทยได้ก้าวหน้าตามเพื่อนบ้าน เช่น จีน และญี่ปุ่นบ้างเสียที...

จุลดิส รัตนคำแปง

credit : artsmen.net




  
[ตอบ 11] - [อ่าน 34817] - [โหวต 215]  จากคุณ Admin เมื่อวันที่ 6/5/2551 8:39:11

จริง

ความคิดเห็นที่ 1 จากคุณ ดาว เมื่อวันที่ 15/5/2551 10:53:50  IP : 118.172.122.119 Answer  251

ไม่จริง

ความคิดเห็นที่ 2 จากคุณ ดาวว เมื่อวันที่ 13/6/2551 20:22:45  IP : 117.47.196.190 Answer  253

ไม่จริง

ความคิดเห็นที่ 3 จากคุณ ราร เมื่อวันที่ 24/5/2552 10:58:13  IP : 119.42.71.9 Answer  1780

ควรให้ข้อมูลชัดเจนกว่านี้และแบ่งเป็นเรื่องของแต่ละเรื่องไม่ใช้นำมารวมกันอยากหาอะไรก็ไม่เจอ

ความคิดเห็นที่ 4 จากคุณ nan เมื่อวันที่ 16/9/2552 9:01:06  IP : 203.114.120.250 Answer  2081

น่าจะระบุให้ชัดเจนกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 5 จากคุณ น้ำ เมื่อวันที่ 3/3/2553 10:55:49  IP : 113.53.128.69 Answer  2222

ข้อคิดดี

ความคิดเห็นที่ 6 จากคุณ แจมรักนัด เมื่อวันที่ 15/11/2553 15:32:58  IP : 118.172.230.84 Answer  2271

น่าจะระบุให้ชัดเจนกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 7 จากคุณ ศิริพร เมฆอ้อย เมื่อวันที่ 15/11/2553 15:34:47  IP : 118.172.230.84 Answer  2272

บ่แหม่นหลอก (ตั๋วหลาย)

ความคิดเห็นที่ 8 จากคุณ บ่ต้องฮู่หลอก เมื่อวันที่ 23/12/2553 19:14:07  IP : 125.26.96.2 Answer  2275

น่าจะย่อให้มากกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 9 จากคุณ ชื่อไรก้อได้ เมื่อวันที่ 4/1/2554 17:47:37  IP : 124.120.50.251 Answer  2276

ใช่ๆๆ น่าจะย่อให้มากกว่านี้ใครจะไปอ่านหมด



ความคิดเห็นที่ 10 จากคุณ สา เมื่อวันที่ 28/5/2554 15:02:16  IP : 110.171.0.241 Answer  2294

ขอรายละเอียดมากกว่านี้นะคับ

ความคิดเห็นที่ 11 จากคุณ ดรุณ๊ เมื่อวันที่ 10/7/2554 9:07:16  IP : 118.173.11.221 Answer  2301
ผู้ตอบ    (หากต้องการร้องเรียน กรุณาระบุชื่อ-นามสกุลจริง)
อีเมล์    (หากต้องการร้องเรียน กรุณาระบุอีเมล์จริง)

คำตอบ
 
รหัสผ่าน     503735  (ใส่รหัสผ่านให้ตรงกันด้วยครับ)



Copyright © 2007-2010 All rights reserved.
Original from Thaicreate.com | Modified By Piya Sakcharoen